8 เซียน อาหารมงคลเสริมมงคลชีวิต

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราพูดถึงเรื่อง 8 เซียน อาหารมงคลเสริมมงคลชีวิตไปแล้วนะค่ะ แต่ยังไม่จบ วันนี้เรามาดูที่เหลือกันต่อเลยดีกว่าค่ะ

เม็ดแปะก๊วย

เดิมนั้นในภาษาจีนเรียกว่า “ต้นหยาเจียว” แปลว่าตีนเป็ด ดูจากลักษณะใบ (นกเป็ดน้ำ เป็นสัญลักษณ์ที่ดี หมายถึงความรักของคนในจีนและในญี่ปุ่น) ต่อมามีการเรียกชื่อผลของมันว่า ลูกไม้สีเงินหรือลูกไม้สีขาว เนื่องจากผลจะมีสีเงินและสีขาว ส่วนในจีน แปะก๊วยยังใช้แทนตัวขงจื๊อผู้เป็นปราชญ์ใต้ต้นแปะก๊วย ผลแปะก๊วยประกอบด้วยไขมัน แป้ง โปรตีน น้ำตาล โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน มีรสหวานใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารจีนหลากหลายชนิด มีสรรพคุณช่วยบำรุงสมอง

ชาวจีนเชื่อว่า : เม็ดแปะก๊วย เป็นยาอายุวัฒนะสามารถบำบัดโรคต่าง ๆ และเป็นยาบำรุงปอด ขับเสมหะ ฆ่าเชื้อ

เห็ดหอม – กวางตุ้งฮ่องเต้

 กวางตุ้งฮ่องเต้

ผักให้วิตามินสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา วิตามินซี ช่วยป้องกันเซลล์และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย นอกจากนั้น ยังมีธาตุอาหารพวกแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

ชาวจีนเชื่อว่า : การกินกวางตุ้งฮ่องเต้ ถือว่าเพิ่มความเจริญรุ่งเรืองให้ตนเอง

เห็ดหอม

มีวิตามินดี วิตามินบี 1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอกได้ด้วย และเมื่อกินแล้วจะช่วยให้เลือดลมดี ป้องกันโรคหัวใจตีบช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ รวมทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์และระบบภูมิคุ้มกัน ให้มีประสิทธิภาพในการต้านโรคมะเร็งและการเติบโตของเนื้อร้าย

นอกจากนั้นเห็ดหอมยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ชะลอความแก่ ช่วยให้กระเพาะอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ช่วยรักษาโรคหอบหืด ความดัน และบำรุงสมองอีกด้วย เป็นยาบำรุงกำลังชั้นยอด สามารถต้านเชื้อไวรัสได้นานาชนิด ช่วยต้านมะเร็ง ทำให้กระเพาะอาหารทำงานดีเยี่ยม ไม่ท้องผูก บรรเทาอาการปวดเมื่อย ไอ และเครียด

ในศตวรรษที่ 14 มีบันทึกว่า หมอจีนใช้เห็ดหอมเป็นยาอายุวัฒนะ รักษาหวัด ทำให้เลือดลมดี แก้โรคหัวใจต้านการเติบโตของเนื้อร้าย และแก้พิษงู นักวิจัยสมัยใหม่วิจัยพบสอดคล้องกันว่า เห็ดหอมช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ต้านโรคมะเร็ง และโรคร้ายต่าง ๆ จากเชื้อไวรัส

เห็ดหอมออกเสียงว่า “ตงกู” เป็นคำที่อยู่ในสุภาษิตจีนว่า “ตง เซ้ง ไช่ เจ่า” แปลว่า ความสมหวังจากตะวันออกถึงตะวันตก (Wishes fulfilled East to West)

เม็ดบัว

สามารถนำมากินได้ทั้งสดและแห้ง เม็ดบัวมีปริมาณสารอาหารที่สำคัญคือ โปรตีน ประมาณ 23% ซึ่งสูงกว่าข้าวถึง 3 เท่า และเป็นแหล่งรวมธาตุ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อีกทั้งยังมีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และเกลือแร่ ฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงประสาท บำรุงไต และบำรุงสมอง รักษาอาการท้องร่วง บิดเรื้อรัง ส่วนต้นอ่อนในเม็ดบัว ที่หลายคนชอบหยิบออกนั้น หากกินเข้าไปแล้วก็จะช่วยลดความดันโลหิต ช่วยเพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจได้ด้วย

ชาวจีนเชื่อว่า : เม็ดบัว มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นผู้ชายสืบต่อกันมาเป็นสายตระกูล

เต้าหู้เหลือง

ถือเป็นแหล่งของสารเส้นใย เดี๋ยวนี้บ้านเราให้ความสำคัญกับสารเส้นใยค่อนข้างมาก เพราะนอกจากช่วยป้องกันท้องผูกแล้ว สารเส้นใยยังช่วยซับไขมันทิ้ง ไขมันที่เรากินจนล้นจะถูกสารเส้นใยซับทิ้งออกไปทางอุจจาระ คนที่กินสารเส้นใยเป็นประจำอย่างข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ เต้าหู้ จะช่วยป้องกันโรคไขมันในเลือดสูง น้ำตาล และโลหะหนักบางตัวก็ถูกสารเส้นใยซับทิ้งด้วย เต้าหู้ยิ่งพิเศษเข้าไปใหญ่ เพราะเป็นสารเส้นใยที่ละลายน้ำได้มันจึงตามเข้าไปซับในเลือดได้ด้วย

เต้าหู้ยังมีแคลเซียมสูง เทียบเต้าหู้อ่อน 100 กรัม กับนม 100 กรัม นมปริมาณเท่านี้มีแคลเซียมเพียง 120 มิลลิกรัม แต่เต้าหู้มีมากกว่าคือ 250 มิลลิกรัม มากกว่านมสองเท่า ตกลงเต้าหู้เป็นแหล่งอาหารประเภทโปรตีน มีสารเส้นใยสูงทั้งยังมีแคลเซียมมาก

ชาวจีนเชื่อว่า : เต้าหู้ ออกเสียงตามสำเนียงจีนว่า “โตฟู” หมายถึงความสุข

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

8 เซียน อาหารมงคลเสริมมงคลชีวิต

ขึ้นชื่อว่าอาหารจีน แน่ว่าคนไทยเราย่อมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ยิ่งช่วงนี้เข้าสู่ “เทศกาลกินเจ” อาหารจีนก็ย่อมได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะใครหลายคนถือเอาช่วงเวลาทำบุญทำทาน ทำจิตใจให้ใสสะอาด และไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบปรุงอาหารจีน 8 อย่าง ที่กินแล้วทำให้สุขภาพดี แถมชาวจีนยังเชื่อว่าการกินของ 8 อย่างนี้จะเป็นมงคลกับชีวิตเอาไว้ดังนี้

ดอกไม้จีน

ถ้าพูดในด้านประโยชน์ มีทั้งสารแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กที่ช่วยในการบำรุงโลหิต และยังประกอบไปด้วยโพแทสเซียม และวิตามินต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่ง

ชาวจีนเชื่อว่า : กินดอกไม้จีน แล้วช่วยบำรุงจิตทำให้สดชื่น บำรุงเลือดและฮอร์โมน

พุทราจีน

ในด้านคุณค่านั้นมีอยู่มากมาย ทั้งวิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา วิตามินซี ช่วยป้องกันเซลล์และเสริมสร้างภูมิคุมกันให้กับร่างกาย นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัส แคลเซียม ที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟันด้วย ตามตำราแพทย์แผนจีนกล่าวว่า พุทราจีนมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงเลือดและบำรุงกำลังที่ดี สามารถบำบัดโรคนอนไม่หลับ

มีความเชื่อตั้งแต่โบราณว่า การกินพุทราจีนและดื่มสุราดอกเก๊กฮวยในเทศกาลกินเจช่วยให้อายุยืน ของหวานมงคล อาทิ พุทราแดง ออกเสียงว่า “ฮงโจ๋” แปลว่าร่ำรวย พุทราจีนนั้น ภาษาจีนอ่านว่า “เจ่า” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า เจ่า ที่มีความหมายว่าเช้ารีบเร่ง ดังนั้น “พุทราจีน” จึงมีความหมายว่าเร็ววัน คำอวยพรที่ว่า “เจ่าลิจื่อที่” แปลว่าให้มีบุตรในเร็ววัน จะมีภาพลูกพุทราอยู่หลาย ๆ ลูก และลูกเกาลัดหลายลูกวางเรียงกันอยู่

เกาลัด

เกาลัดเป็นพืชประเภทถั่วที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก ให้ไขมันต่ำ อุดมด้วยวิตามินบี มีแร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียม และกรดโฟลิก เป็นต้น อีกทั้งสรรพคุณของลูกเกาลัดนั้นก็คือ สามารถช่วยบำรุงอวัยวะภายในร่างกาย ได้แก่ บำรุงไต เสริมสร้างกล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร ช่วยฟอกเลือด ช่วยบรรเทาอาการช้ำใน และช่วยเพิ่มพลัง ทำให้กล้ามเนื้อมีเรี่ยวมีแรงมากขึ้น รวมทั้งช่วยลดการปวดปัสสาวะบ่อย ๆ จึงถือว่าเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

เกาลัดเป็นภาษาจีนใช้คำว่า “ลี่” เป็นที่นิยมกันมากในงานแต่งงาน ถ้าหากจะเอาเกาลัดมาพร้อมพุทรา เกาลัดและพุทรานั้นภาษาจีนกลางเรียกว่า “เจ่า” เป็นภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “จ้อเจ่านี่” เป็นภาษาจีนกลางแปลว่า พุทรา แต่ถ้าแต้จิ๋วเรียกว่า “จ้อ” ถ้านำเอาลูกเกาลัดมาพร้อมกันในงานแต่งงานที่จัดเอาไว้ ก็มีความหมายว่าขอให้มีบุตร – ลี่ ในเร็ววัน – เจ่า สำหรับลูกเกาลัดภาษาจีนอ่านว่า “หลี้” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “ลิ” ที่แปลว่าจัดตั้ง คนโบราณเชื่อว่าเกาลัดเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ตำรายาจีนแนะนำว่า หากกินเกาลัดดิบ จะแก้อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้สูงอายุ และถ้าหากเคี้ยวดิบ ๆ ค่อย ๆ ซึมซับเอาน้ำเกาลัดเข้าไปจะแก้คออักเสบ

เกาลัดมีสรรพคุณบำรุงไต แก้ปวดเมื่อยบริเวณส่วนเอว ขาอ่อนปวกเปียกไม่มีแรง ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อกระเพาะอาหารและลำไส้ แต่ผู้ที่มีอาการร้อนในหรือเป็นโรคไขข้ออักเสบห้ามกินเด็ดขาด เพราะจะทำให้หน้าตาบวม ส่วนในตำราจีนนั้น มีการพูดถึงคุณค่าของเกาลัดมาเป็นพัน ๆ ปีแล้วว่า เป็นอาหารธาตุอุ่น ช่วยบำรุงไต บำรุงเลือด และช่วยลดอาการปวดข้อได้ด้วย จึงถือเป็นของกินเล่นที่มีคุณค่ามากอีกอย่างหนึ่ง แม้ในเมืองไทยจะมีราคาสูงไปสักหน่อยก็ตาม

ชาวจีนเชื่อว่า : เกาลัด มีความหมายถึงเงิน

สัปดาห์หน้าเรามาติดตามกันอีก 5เมนูมงคลเสริมชีวิตกันนะค่ะ

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

แกงคั่วเห็ดรวม

เมื่อพูดถึงแกงคั่ว แล้วเพื่อน ๆ คงนึกถึง พริกแกงที่ต้ิองคั่วให้หอม ๆ และผักต่าง ๆ ตามสูตรของแต่ละคน ซึ่งเมนูแนะนำในคราวนี้ก็คือ แกงคั่วเห็ดรวม ซึ่งปลอดเนื้อสัตว์ หลาย ๆ คนที่รับประทาน มังสวิรัติ ก็สามารถรับประทานได้ หรือ จะเก็บเมนูนี้ไว้ ช่วงกินเจก็ไม่ว่ากัน งั้นเรามาดูส่วนประกอบและวิธีทำเมนูนี้กันเลยค่ะ

ส่วนผสมแกงคั่วเห็ดรวมสำหรับ 1-2 ที่

- เห็ดโคน เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า และเห็ดอื่นๆ ตามชอบหั่นชิ้น 150 กรัม

- ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ถ้วย

- ฟักทองหั่นชิ้น 50 กรัม

- ชะอม 30 กรัม

- ใบชะพลูซอย 1 ถ้วย

- มะเขือพวงเด็ด 20 กรัม

- น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ

- ซีอิ๊วขาว 3-4 ช้อนโต๊ะ

- ผงอโรมาต 1 ช้อนชา

- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

- พริกชี้ฟ้าสไลช์ 2 เม็ด

- น้ำมะขาม ½ ถ้วย

- หัวกะทิ 1 ถ้วย

- น้ำมันเล็กน้อย

วิธีทำ

1.    ผัดน้ำพริกแกงให้พอหอม เติมหัวกะทิเคี่ยวให้พอเดือด จากนั้นใส่เห็ด พริกแดงสไลช์ และผักต่าง ๆ ต้มให้เดือด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาล น้ำมะขาม และผงอโรมาต

2.    ชิมรสให้มีรสเปรี้ยวนิดๆ มีความหวานของกะทิ เค็ม และเผ็ดร้อนตามชอบ เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ เวลาในการปรุง 15 นาที

ส่วนผสมราคาประมาณ 150 บาท

เคล็บลับในการทำแกงคั่วให้อร่อยนั้นไม่ยากเพียง เพื่อน ๆ ตำพริกแกงเอง หรือ มีพริกแกงเจ้าประจำที่แสนอร่อยอยู่แล้ว ก็สามารถนำมาทำกับแกงคั่ว ได้อร่อยถูกปากเพื่อน ๆ อย่างแน่นอน ไม่ยากเกินไป สำหรับเพื่อน ๆ แน่นอนค่ะ

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

เห็ดผัดพริกสด

เมนูอาหารจีนที่เรานำมาแนะนำ พ่อบ้านแม่บ้านในวันนี้คือ เห็ดผัดพริกสดจานร้อน เผ็ดร้อนต้องลิ้น โดยเห็ดที่รู้จักกันทั่วไป และนำมารับประทานกันทุกครัวเรือน เช่น เห็ดโคน เห็ดหอม เห็ดเผาะ เห็ดฟาง เห็ดลม เห็ดหูหนู เห็ดหลินจือ การบริโภคเห็ดในประเทศจีนและญี่ปุ่นนั้น นิยมนำมาทำน้ำแกง น้ำซุป น้ำชา ยาบำรุงร่างกาย ต่างๆ ทางฝั่งยุโรปก้นำเห็ดไปปรุงเป็นซุป ในประเทศไทยก็มีการนำเห็ดมาผสมในแกงต่างๆ รวมถึงต้มยำที่ขึ้นชื่อในอาหารไทย และบางชนิดก็นำมาต้มจิ้มน้ำพริกอีกด้วย ซึ่งคราวนี้เราจะมาบอกสูตรเมนูเห็ดๆที่แสนอร่อยให้เพื่อนๆ พ่อบ้าน แม่บ้านที่รักในการทำอาหารลองไปทำกันดู นะคะ

ส่วนผสมเห็ดผัดพริกสด สำหรับ 2-3 ที่

- เห็นโคน 30 กรัม

- เห็ดฟางผ่าครึ่ง 30 กรัม

- เห็ดนางฟ้าหั่นชิ้น 30 กรัม

- เห็ดหูหนูขาว 20 กรัม

- เห็ดหูหนูดำ 30 กรัม

- และเห็ดอื่นๆ ตามชอบ

- พริกขี้หนูสับ 6-8 เม็ด

- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

- ต้นหอมซอย 1-2 ต้น

- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

- ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

- น้ำตาลเล็กน้อย

- น้ำมันสำหรับผัด

วิธีทำเห็ดผัดพริกสด

1. ตั้งกระทะผัดกระเทียมพอหอม ใส่พริกสดตามด้วยเห็ดต่างๆ ลงผัดแค่พอสุก

2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และน้ำมันหอย ชิมรสตามชอบ ตักใส่ในจานร้อน โรยต้นหอมซอยพร้อมเสิร์ฟ

ระยะเวลา : ระยะเวลาในการปรุง 10 นาที

ราคาวัถุดิบ : ส่วนผสมราคาประมาณ 160 บาท

เพียงแค่นี้เพื่อนๆ ก็ชิมรสชาติ เห็ดผัดพริกสดจานร้อน เผ็ดร้อนต้องลิ้น ได้อย่างสมใจซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ และขอรับรองด้วยว่าเมนูกินแล้วไม่อ้วนแน่นอน

 

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

บักกุ๊ดเต๋

บักกุ๊ดเต๋ (Bak kut teh) (Hokkien: 肉骨茶) เป็นน้ำแกงแบบจีนที่นิยมรับประทานในมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน และบางเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น บาตัมในอินโดนีเซีย และอำเภอหาดใหญ่และภูเก็ตในไทย ชื่อบักกุ๊ดเต๋แปลตามตัวอักษรได้ว่า “น้ำชากระดูกและเนื้อสัตว์” โดยทั่วไปจะประกอบด้วยซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นในน้ำต้มสมุนไพรและเครื่องเทศ (ได้แก่ โป๊ยกั้ก อบเชย กานพลู ตังกุย เมล็ดยี่หร่า และกระเทียม) เป็นเวลาหลายชั่วโมง อาจมีส่วนประกอบอื่นเพิ่มเติมอย่างเครื่องในสัตว์ เห็ดชนิดต่าง ๆ ผักกาด เต้าหู้แห้ง หรือเต้าหู้ทอด และอาจมีสมุนไพรจีนอื่น ๆ เช่น yu zhu (เหง้าของ Solomon’s Seal) และ ju zhi (ผล buckthorn) ที่ทำให้น้ำแกงมีรสหวานมากขึ้นและเข้มข้นขึ้นเล็กน้อย ระหว่างปรุงจะเติมซีอิ๊วขาวและดำลงในน้ำแกง มีผักชีสับหรือหอมเจียวเป็นเครื่องตกแต่ง

เชื่อกันว่า บักกุ๊ดเต๋เริ่มนำเข้าไปในมลายูเมื่อศตวรรษที่ 19 โดยคนงานชาวจีนจากกวางตุ้ง เฉาซาน หรือฝูเจี้ยน

ปกติแล้ว บักกุ๊ดเต๋จะรับประทานกับข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว (บางครั้งอาจทำเป็นน้ำก๋วยเตี๋ยว) และมักจะมีปาท่องโก๋ไว้จุ่มกับน้ำแกง ใช้ซีอิ๊ว (ปกติจะใช้ซีอิ๊วขาว แต่อาจใช้ซีอิ๊วดำในบางครั้ง) เป็นเครื่องปรุงรสพร้อมกับพริกขี้หนูและกระเทียมสับ และมีเครื่องดื่มเป็นชาจีน (ชา Tieguanyin เป็นที่นิยมมากในพื้นที่ Klang Valley ในมาเลเซีย) ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยเจือจางหรือละลายไขมันจำนวนมากในเนื้อหมู โดยทั่วไปแล้ว บักกุ๊ดเต๋ นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า

ความจริงแล้ว มีรายงานว่าบักกุ๊ดเต๋เป็นอาหารที่ช่วยเสริมจากความขาดแคลนอาหารและบำรุงสุขภาพของคนงานท่าเรือ กล่าวกันว่ามีต้นกำเนิดจากเมืองฉวนโจวในมณฑลฝูเจี้ยน หรือจากเฉาซาน ซึ่งยังคงมีผู้รับประทานอยู่ในปัจจุบัน แล้วนำเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกับชาวจีนโพ้นทะเล แต่ตามเรื่องราวที่เป็นไปได้มากที่สุดนั้น บักกุ๊ดเต๋คิดขึ้นมาโดยชาวจีนชั้นสูงคนหนึ่งจากเมืองฉวนโจวในมณฑลฝูเจี้ยน สูตรลับถูกส่งต่อสู่เพื่อนซึ่งต่อมาเดินทางสู่เมือง Klang และเป็นคนแรกที่ปรุงบักกุ๊ดเต๋เพื่อจำหน่าย ซึ่งต่อมากลายเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงแล้วถูกเลียนแบบและปรับปรุงหลายครั้ง ดังนั้นตามเรื่องราวนี้จึงถือว่าชาวฮกเกี้ยนเป็นผู้คิดค้นบักกุ๊ดเต๋ ต่อมาชาวแต้จิ๋วได้นำบักกุ๊ดเต๋ไปปรุงในแบบของตนเอง ข้อแตกต่างที่มองเห็นได้ระหว่างบักกุ๊ดเต๋แบบฮกเกี้ยนกับแบบแต้จิ๋วคือ แบบฮกเกี้ยนจะใช้ซีอิ๊วดำและน้ำแกงมีสีเข้มกว่า ซึ่งความแตกต่างนี้ขึ้นอยู่กับการรับรสของแต่ละวัฒนธรรม

บักกุ๊ดเต๋มีหลากหลายรูปแบบตามวิธีปรงที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมย่อยต่าง ๆ ในจีน ในสิงคโปร์มี บักกุ๊ดเต๋ สามแบบ แบบที่พบได้มากที่สุดคือแบบแต้จิ๋ว น้ำแกงมีสีอ่อนแต่ใส่พริกไทยมาก แบบฮกโหล (ฮกเกี้ยน) จะใส่ซีอิ๊วมาก ทำให้น้ำแกงมีสีเข้ม และแบบกวางตุ้ง จะใส่สมุนไพรเพื่อให้มีรสชาติเข้มข้น

ชิกกุ๊ดเต๋ เป็นบักกุ๊ดเต๋แบบหนึ่งที่ใช้เนื้อไก่แทนเนื้อหมูทำให้มีไขมันน้อยกว่าซึ่งใช้เป็นอาหารฮาลาลสำหรับชาวมุสลิมที่ไม่รับประทานเนื้อหมูได้ เมื่อ พ.ศ. 2542 เกิดการระบาดของไวรัสนิปาห์ในมาเลเซีย ผู้ประกอบการหลายรายกลัวว่าเนื้อหมูจะมีไวรัส จึงเปลี่ยนไปใช้เนื้อสัตว์ทะเล เนื้อไก่ หรือไม่ใส่เนื้อสัตว์เลย (มังสวิรัติ) ซึ่งบางแบบยังคงมีในรายการอาหารในร้านอาหารบางแห่งในปัจจุบัน

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Comments Off

หมี่ซั่วหอยลายพริกเผา

เบื่อกันไหมจ๊ะ? กับ “ผัดหมี่ซั่ว” จานธรรมดา ๆ ที่เชื่อว่า ครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนคงจะได้ทำทานกันบ่อย ๆ (ยิ่งเทศกาลกินเจยิ่งไม่ต้องพูดถึง คงได้ทานกันทุกวันทีเดียวเชียว) แต่เมื่อเส้นหมี่ซั่วยังเหลือ จะไม่ทานก็เสียดาย เราก็น่าจะลองประยุกต์เมนูผัดหมี่ซั่วที่แสนธรรมดาให้เป็นผัดหมี่ซั่วรสเด็ดที่ไม่จำเจกันดีกว่า ว่าแต่ใครมีไอเดียดี ๆ บ้างนะ

อ้อ เจอแล้ว ผัดหมี่ซั่วจานอร่อยที่ไม่ธรรมดา สูตรเด็ดของ คุณลุงเด้ง ที่ประยุกต์ผัดหมี่ซั่วรสชาติจืด ๆ ให้กลายเป็น “หมี่ซั่วหอยลายพริกเผา” จานแซ่บ! แค่ฟังชื่อก็น้ำลายสอแล้วอ่ะ เปรี้ยวปากแบบนี้ ต้องลองไปชิมกัน แต่ต้องทำกินกันเองนะจ๊ะ ไม่ยากเลยขอบอก

หมี่ซั่วหอยลายพริกเผา  หมี่ซั่ว ก็คืออาหารเส้นประเภทหนึ่งครับ โดยหากเขียนเป็นภาษาจีน หมี่ซั่ว จะแปลอีกอย่างได้ว่า อายุยืนยาว เจ้าหมี่ซั่วจึงกลายเป็นอาหารประจำที่มีในงานมงคลต่าง ๆ เช่น งานแต่ง งานวันเกิด ฯลฯ

เจ้าหมี่ซั่ว จริง ๆ ก็ทำอะไรได้หลายอย่างนะ จะผัดแห้งก็มีหลายสูตร จะทำน้ำก็ได้หลายแบบ ก็ตามแต่สะดวกกันไป วันนี้เลยเอาเจ้านี่มาทำบ้าง ทำในแบบฝรั่งไทยจีนรวมกันให้เลยละกัน

 วัตถุดิบ

หมี่ซั่ว ลวกสุก

หอยลายกระป๋อง

น้ำพริกเผา

กระเทียม พริก หอมใหญ่ มะเขือเทศเนื้อ ใบโหระพา (อยากใส่นะ แต่ไม่มี เลยใส่กะเพราแทน)

เครื่องปรุง น้ำปลา  น้ำตาลทราย พริกไทยดำ พาร์สลีย์

 วิธีทำ

1.ลวกเส้นให้สุก ล้างน้ำ(เพื่อเอาแป้งส่วนเกินออก) พักไว้ให้แห้ง

2.บุบพริก กระเทียม สับหยาบ เตรียมไว้

3.หั่นเต๋าหอมใหญ่ มะเขือเทศ (เอาแต่เนื้อ เม็ดไม่เอา) เตรียมไว้

4.นำน้ำพริกเผาใส่ชามผสม ละลายกับน้ำอุ่นนิดหน่อย ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน

5.ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันนิดหน่อย ใส่กระเทียม พริก ลงผัด

6.พอเริ่มหอมกระเทียม ให้ใส่หอมใหญ่ตามลงไปครึ่งหนึ่ง

7.จากนั้นผัดต่อจนหอมนิ่ม จึงใส่หอยลาย และน้ำปรุงพริกเผาตามลงไป

8.ใส่เส้นตามลงไป คลุกให้เข้ากัน เพิ่มความหอมด้วยออริกาโน่ พาร์สลีย์ พริกไทยดำ

9.คลุกให้เข้ากัน จนเริ่มหอมเครื่องเทศ ตามด้วยมะเขือเทศและหอมใหญ่ที่เหลือ

10.คลุกอีกรอบ เพิ่มสีสันด้วยน้ำมันน้ำพริกเผา และใบกะเพรา

เท่านี้ก็เรียบร้อย ได้หมี่ซั่วหอยลายพริกเผาจานอร่อยที่ดูน่ารับประทานสุด ๆ แล้ว ใครที่ยังไม่มีไอเดียในมื้อเย็นนี้ ก็แวะซื้อเครื่องปรุง แล้วลองนำไปประยุกต์ทำทานกันดูได้เลยจ้า มั่นใจว่า หมี่ซั่วเมนูโปรดของใครหลาย ๆ คน จะอร่อยขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

Posted in Uncategorized | Tagged | Comments Off

เกี๊ยวปูกรอบผัดไทย

ใครที่ยังคิดไม่ออก ก็ลองมาดูไอเดียดี ๆ ที่เราหยิบเกี๊ยวทอดมาแทนเส้นผัดไทย คลุกเคล้าด้วยส่วนผสมแบบผัดไทยเป๊ะ ๆ แค่เห็นหน้าค่าตาของผัดไทยจานนี้ก็ชักน้ำลายไหลแล้วสิ เพราะเกี๊ยวปูกรอบผัดไทยจานนี้น่าลิ้มชิมรสมาก ๆ ชักคันไม้คันมือแล้วล่ะ จดสูตรไปเข้าครัวทำทานเองที่บ้านดีกว่า

ส่วนผสม “เกี๊ยวปูกรอบผัดไทย

1. แผ่นเกี๊ยวแบบหนา

2. เนื้อปู

3. หมูสับ

4. กุ้ง

5. กระเทียม

6. พริกแกง

7. เต้าหู้ทอด

8. มะขามเปียก

9. น้ำปลา

10. ถั่วงอก

วิธีทำเกี๊ยวปูกรอบผัดไทย

เตรียมไส้เกี๊ยวปู เนื้อปู หมูสับ

1. ห่อเกี๊ยว โดยแผ่นเกี๊ยวจะมี 2 แบบ แบบบางและหนา แผ่นเกี๊ยวบางไว้ทำเกี๊ยวทานกับบะหมี่ เกี๊ยวน้ำ ส่วนแผ่นเกี๊ยวหนาจะไว้ทำเกี๊ยวกรอบ เวลาไปซื้อแผ่นเกี๊ยวก็สอบถามแม่ค้าก่อน

2. นำเกี๊ยวปูสด ห่อด้วยแผ่นเกี๊ยวแบบหนาสำหรับทำเกี๊ยวกรอบ

3. ทอดเกี๊ยว

4. น้ำพริกผัดไทย เอามาจากทางใต้ ประกอบไปด้วย หอมแดง พริกชี้ฟ้าแห้ง และน้ำตาลปึก

5. เกี๊ยวกรอบผัดไทย ผัดใส่กุ้ง เอากระเทียมไปผัดน้ำมันก่อน ใส่พริกแกงผัดไทยลงไป

6. ตามด้วยเต้าหู้ทอด ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา

7. ใส่ถั่วงอก ผัดพอถั่วงอกสุก ใส่เกี๊ยวทอดไปคลุก

8. เกี๊ยวปูกรอบผัดไทย

บอกแล้วไงคะว่า “เกี๊ยวปูกรอบผัดไทย” น่าทานสุด ๆ เชื่อเลยว่าถ้าได้ตักเข้าปากชิมสักคำจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างไปจากผัดไทยจานเดิม ๆ แน่นอน แหม! เห็นแล้วเปรี้ยวปากจริง ๆ

Posted in Uncategorized | Tagged | Comments Off

หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน

เมนูนี้เป็นอาหารจีนที่ชาวต่างชาติชื่นชอบมากที่สุด จัดอยู่ในกลุ่มอาหารเจ้อเจียง รสชาติเปรี้ยวหวาน บวกกับหน้าตาและสีสันที่สดใส เนื้อหมูที่กรอบนอกนุ่มใน จนไม่มีใครปฏิเสธความอร่อยของอาหารจานนี้ได้ลง

เครื่องปรุงหมักหมู

- ซี่โครงหมูย่าง    300    กรัม

- ขิงสับ    1    ช้อนโต๊ะ

- นํ้ามันหอย    1    ช้อนโต๊ะ

- ซีอิ๊วขาว    1    ช้อนโต๊ะ

- แป้งมัน    1    ช้อนโต๊ะ

- นํ้ามันงา    1    ช้อนชา

- แป้งชุบทอด    30    กรัม

- นํ้าเย็น    1    ถ้วยตวง

- นํ้ามันพืช    1,000    มิลลิลิตร

วิธีทำ

1. ในชามผสม ใส่ซี่โครงหมูอ่อน ขิงสับ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว แป้งมัน น้ำมันงา ลงไปผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือค้างคืนก็ได้

2. นำหมูที่หมักแล้วลงไปคลุกกับแป้งชุบทอด และนำลงไปชุบแป้งที่ผสมน้ำแล้ว นำลงทอดให้สุกเหลือง

3. ตักออกพักไว้

เครื่องปรุงผัดเปรี้ยวหวาน

- นํ้ามันพืช    2    ช้อนโต๊ะ

- กระเทียมสับ    1    ช้อนโต๊ะ

- หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว    1/2    ลูก

- พริกตุ้มสามสีหั่นเต๋า     1/2     ลูก

- สับปะรดหั่นเต๋า    1/2    ถ้วยตวง

- ซอสเปรี้ยวหวาน    70    กรัม

- น้ำตาลทราย    1    ช้อนชา

- น้ำส้มสายชู    2    ช้อนโต๊ะ

- ซอสมะเขือเทศ    4    ช้อนโต๊ะ

- ซีอิ๊วขาว    2    ช้อนโต๊ะ

- ซี่โครงหมูทอดแล้ว    300    กรัม

วิธีทำ

1. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไป พอร้อนใส่กระเทียมสับ ผัดให้หอม

2. ใส่หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว พริกตุ้มสามสีหั่นเต๋า สับปะรดหั่นเต๋า ลงไปผัดให้เข้ากัน ใส่ซอสเปรี้ยวหวาน และซี่โครงหมูทอดลงไปผัดให้เข้ากัน

3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดง น้ำส้มสายชู ซอสมะเขือเทศ และซีอิ๊วขาว ผัดให้เข้ากัน

4. ตักใส่จานเสิร์ฟร้อนๆ

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

เต้าหู้ทรงเครื่อง

เครื่องปรุงเต้าหู้ทรงเครื่อง

- เต้าหู้หลอดแบบนิ่ม 1 หลอด

- หมูสับ 150 กรัม

- เห็ดหอมแห้ง 3 ดอก

- มะเขือเทศ 2 ลูก

- กระเทียมกลีบใหญ่ 2 กลีบ

- หัวหอมใหญ่ ¼ หัว

- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

- ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ

- เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ

- พริกผัดเต้าซี่ 1 ช้อนชา

- แป้งมัน 1/3 ถ้วย

- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา

- น้ำเปล่า 1 ถ้วย

- ต้นหอม 2 ต้น

- น้ำมันสำหรับทอด 1 ถ้วย

- น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทอดเต้าหู้

1. หั่นเต้าหู้หลอดเป็นแว่นขนาดหนาประมาณ 1 ซม ตักแป้งมันใส่จาน กระจายให้ทั่วจาน นำเต้าหู้หลอดที่หั่นแล้วมาคลุกแป้งมันให้ทั่ว

2. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันสำหรับทอดลงไป รอจนน้ำมันร้อนได้ที่ นำเต้าหู้ที่คลุกแป้งมันไว้ลงไปทอด

3. ทอดแต่ละด้านให้เหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน ทอดเต้าหู้ที่เตรียมไว้จนหมด รอจนหายร้อนก็นำไปจัดเตรียมใส่จานไว้

วิธีทำหมูสับทรงเครื่อง

1. นำเห็ดหอมแห้งมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือจนเห็ดหอมนิ่ม จากนั้น นำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ (เก็บน้ำแช่เห็ดหอมเอาไว้อย่าทิ้งนะคะ)

2. ปลอกเปลือกกระเทียม หัวหอมใหญ่ เด็ดขั้วมะเขือเทศ และตัดรากต้นหอม นำไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำให้แห้ง จากนั้น นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด หั่นหัวหอมใหญ่เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า และซอยต้นหอมเป็นฝอยๆ ส่วนมะเขือเทศแบ่งออกเป็น 4 ส่วน เฉือนเอาไส้ออก แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า

3. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่กระเทียมสับ หัวหอมใหญ่ และก้านต้นหอมซอยลงไปผัดให้หอม (สังเกตว่าหัวหอมใหญ่จะใสขึ้น) แล้วจึงใส่หมูสับลงไป ผัดจนหมูเริ่มสุก ให้เติมเครื่องปรุงคือ ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทรายลงไป

4. ผัดให้หมูสับและเครื่องปรุงทุกอย่างเข้ากัน จากนั้นก็ใส่เห็ดหอมหั่นและน้ำแช่เห็ดหอมลงไปประมาณ ½ ถ้วย ผัดต่อไปจนน้ำเครื่องปรุงในกระทะเริ่มเดือดแล้วจึงใส่มะเขือเทศหั่น พริกผัดเต้าซี่ และเหล้าจีนลงไป ผัดให้เข้ากัน

5. นำแป้งข้าวโพดมาใส่น้ำเปล่าลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลาย และใส่ลงไปในกระทะ คนเร็วๆ ให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมซอย คลุกให้ทั่ว ปิดเตาและยกลง นำเครื่องมาตักราดลงบนเต้าหู้ทอดที่เตรียมไว้ในจานให้ทั่ว

6. เมื่อตักใส่จานเรียบร้อยแล้วก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

ไก่ผัดถั่วลิสง อาหารจีน

เมนูนี้เป็นอาหารจีนที่ชาวต่างชาติชื่นชอบมากที่สุด จัดอยู่ในกลุ่มอาหารเจ้อเจียง รสชาติเปรี้ยวหวาน บวกกับหน้าตาและสีสันที่สดใส เนื้อหมูที่กรอบนอกนุ่มใน จนไม่มีใครปฏิเสธความอร่อยของอาหารจานนี้ได้ลง

宫保鸡丁是黔菜中的传统名菜,由鸡丁、干辣椒、花生米等炒制而成。由于其入口鲜辣,鸡肉的鲜嫩配合花生的香脆,广受大众喜爱。尤其在英美等西方国家,宫保鸡丁几乎成为中国菜的代名词。

ไก่ผัดถั่วลิสงเป็นอาหารชื่อดังของมณฑลกุ้ยโจว นำเนื้อไก่มาหั่นเต๋า พริกแห้ง และถั่วลิสงมาผัดรวมกัน รสชาติของเนื้อไก่นุ่มๆ ถั่วลิสงกรอบๆ ผัดกับน้ำซอสรสเผ็ด เข้ากันได้ดีจนหลายๆคนติดใจ โดยเฉพาะชาวต่างชาติในแถบยุโรปและอเมริกา ทำให้ชื่อของอาหารจานนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของอาหารจีนไปโดยปริยาย

ส่วนประกอบ

เนื้ออกไก่ (400 กรัม) 1 อก

น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย

น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย

พริกขี้หนูแห้งเม็ดใหญ่ 13 เม็ด

น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ

จิ๊กโฉ่ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา

เกลือสมุทร 1/2 ช้อนชา

ถั่วลิสงเม็ดใหญ่ทอดเราะเปลือก 1 1/2 ถ้วย

วิธีการทำไก่ผัดถั่วลิสง

ล้างอกไก่ เลาะเอาหนังออก ล้างอีกครั้ง จากนั้นหั่นเนื้อไก่เป็นลูกเต๋าขนด  1 ซม. ใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลาง จนสุกเหลือง ตักใส่ถ้วยพักไว้

ตั้งกระทะน้ำมันพร้อมกับใส่พริกขี้หนูแห้งลงทอดด้วยไฟกลางจนเม็ดพริกพองและน้ำมันมีสีส้มแดง ตักพริกใส่ถ้วย ใส่น้ำมันหอย จิ๊กโฉ่ น้ำตาลและเกลือ ลงในกระทะ ผัดพอเข้ากัน จึงใส่เนื้อไก่ทอด ถั่วลิสงทอด และขี้หนูแห้งทอด ผัดจนน้ำผัดเคลือบทั่วเนื้อไก่ ปิดไฟ

ตักไก่ผัดถั่วลิสงใส่จาน เสิร์ฟ

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Comments Off